วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ศทอ.สฎ.ลงพื้นที่ติดตามศัตรูพืชในทุเรียน

 วันที่ 24 พฤษภาคม 2567 นายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรจากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับนายเอกพล ปานกลัด นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ติดตามศัตรูพืชในทุเรียนตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเป็นช่วงที่ทุเรียนกำลังติดผลอ่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูพืชในทุเรียนระบาด โดยเฉพาะหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน โดยมีวีธีป้องกันดังนี้

1.วีธีเขตกรรม กวาดบริเวณโคนให้โล่ง กำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการลดแหล่งหลบซ่อนตัวของตัวหนอนก่อนเข้าดักแด้ ตัวหนอนที่ออกมาจากเมล็ดจะใช้เวลา 7-10 วัน ก่อนที่จะสร้างดักแด้และใช้ดินห่อหุ้มเพื่อพักตัวในดินและฟักเป็นตัวเต็มวัยในฤดูกาลถัดไป
2.วิธีกล -เก็บผลที่โดนทำลายออกนอกแปลงเพื่อตัดวงจรชีวิตของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน
-การใช้วัสดุห่อผลทุเรียน เช่น ถุงกระดาษ ถุงพลาสติกขาวขุ่น ถุงตาข่าย หรือถุง Magik growth เป็นต้น ในระยะพัฒนาผล 3-6 สัปดาห์ และควรพ่นสารกำจัดแมลง เช่น สารสกัดสะเดา เชื้อราบิวเวอเรีย หรือคาร์บาริล ก่อนการห่อผล
3.วิธีฟิสิกส์ -ใช้ควันไฟไล่ตัวเต็มวัยและรบกวนการผสมพันธุ์ในช่วงเวลาค่ำโดยใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดควันและใส่กำมะถันในระยะพัฒนาผล 2 - 6 สัปดาห์ เป็นต้นไป
-ใช้กับดักแสงไฟเพื่อตรวจดูตัวเต็มวัยและกำจัดตัวเต็มวัย ตั้งแต่ 2 - 3 สัปดาห์ เป็นต้นไป โดยเฉพาะหลังฝนตกหนัก
4. ชีววิธี -การใช้เชื้อราเมตาไรเซี่ยม โดยสามารถใช้ได้ 2 วิธี ดังนี้ ใช้เชื้อราเมตาไรเซียมผสมปุ๋ยอินทรีย์หว่านลงดิน โดยใช้เชื้อราเมตาไรเซียมพร้อมใช้ 1 กก. ต่อปุ๋ยอินทรีย์ 50 กก. ผสมให้เข้ากัน หว่านให้ทั่วแปลง หรือใช้เชื้อราเมตาไรเซียมผสมน้ำพ่นลงดิน โดยใช้เชื้อเมตาไรเซียม1 กก. ต่อน้ำ 50 ลิตร ผสมให้เข้ากัน กรองเอาน้ำสปอร์ไปพ่นลงดินให้ทั่วแปลง หรือให้ผ่านระบบน้ำ โดยเริ่มใช้เชื้อราเมตาไรเซียมลงดิน ตั้งแต่ทุเรียนระยะดอกบานถึงระยะพัฒนาผล ทุก 15 วัน ติดต่อกัน 3 ครั้ง หลังจากนั้น ทุก 30 วัน ติดต่อกันอีก 2 ครั้ง เพื่อให้เชื้อราเมตาไรเซียมดำรงชีวิตอยู่ในแปลง และสามารถกำจัดดักแด้ของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนที่อยู่ในดินได้
- ใช้เชื้อราบิวเวอเรียผสมน้ำพ่นบริเวณผลทุเรียน อัตราการใช้ 1 กก. ต่อน้ำ 40 ลิตร โดยเริ่มพ่นตั้งแต่ทุเรียนอยู่ในระยะหางแย้จนถึงระยะพัฒนาผล พ่นทุก 15 วัน ติดต่อกัน 3 ครั้ง เพื่อป้องกันกำจัดผีเสื้อของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน และกำจัดหนอนที่ฟักออกมาจากไข่ก่อนเจาะเข้าไปในผลทุเรียน
5.ใช้สารสกัดสะเดา อัตรา 60-80 มล. ต่อ น้ำ20 ลิตร
6.การใช้สารเคมี การใช้สารเคมีระยะไข่และระยะหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน
กลุ่ม 1 : ไดอะซินอน 60%EC, คาร์บาริล 85%WP, โพรฟีโนฟอส 50%EC
กลุ่ม 3 : เดลทาเมทริล 3%EC, แลมบ์ดาไซฮาโลทริน 2.5%CS, ไซเปอร์เมทริน 35% w/v EC
กลุ่ม 6 : อีมาเมกติน เบนโซเอต 1.92%W/V EC
ขอขอบคุณ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี












ศทอ.สฎ.ติดตามการระบาดศัตรูมะพร้าว

 ศทอ.สฎ.ติดตามการระบาดศัตรูมะพร้าว

วันที่ 24 พฤษภาคม 2567 นายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรจากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับนายเอกพล ปานกลัด นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ติดตามการระบาดศัตรูมะพร้าวของคุณจุไรรัตน์ รักษ์ทอง เกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวที่ตั้งแปลง ตำบลคลองน้อย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยพบแปลงมะพร้าวนั้นพบการเข้าทำลายของด้วงแรด แมลงดำหนาม โดยได้ให้คำแนะนำในการป้องกันกำจัดพร้อมติดตามอย่างใกล้ชิด
👨‍🏫ลักษณะอาการเข้าทำลายของด้วงแรด
ตัวเต็มวัย บินขึ้นไปกัดเจาะบริเวณโคนทางใบหรือยอดอ่อนของปาล์มหรือมะพร้าว รวมทั้งเจาะทำลายยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่ ทำให้ใบที่เกิดใหม่ไม่สมบูรณ์ มีรอยขาดแหว่งเป็นริ้ว ๆ คล้ายรูปสามเหลี่ยม ถ้ารุนแรงจะทำให้ต้นตายได้
👩‍🏫คำแนะนำในการป้องกันกำจัดด้วงแรด มีดังนี้
การป้องกันกำจัด
1. การควบคุมโดยวิธีเขตกรรม คือการกำจัดแหล่งขยายพันธุ์ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด
โดยยึดหลักปฏิบัติดังนี้
1.1 เผาหรือฝังซากลำต้นหรือตอของมะพร้าว
1.2 เกลี่ยกองซากพืช กองมูลสัตว์ให้กระจายออกโดยมีความสูงไม่เกิน 15 ซม.
1.3 ถ้ามีความจำเป็นต้องกองมูลสัตว์นานเกินกว่า 2-3 เดือน ควรหมั่นพลิกกลับกอง หรือนำใส่ในถุงปุ๋ยผูกปากให้แน่นและนำไปเรียงซ้อนกันไว้
2. การควบคุมโดยวิธีกล หมั่นทำความสะอาดบริเวณคอมะพร้าวหรือปาล์ม ตามโคนทางใบ หากพบรอยแผล เป็นรูใช้เหล็กแหลมแทงหาด้วงแรดเพื่อกำจัดเสีย
3. การควบคุมโดยใช้สารฟีโรโมน ล่อจับตัวเต็มวัย และนำมาทำลาย ฟีโรโมน
เป็นฮอร์โมนเพศจะส่งกลิ่นเฉพาะออกมาดึงดูดด้วงแรดที่เป็นตัวเต็มวัยทั้งเพศผู้และเพศเมียเพื่อมาผสมพันธุ์กัน ( 1 กับดัก/ พื้นที่ 1 ไร่)
4. การใช้ชีววิธี ใช้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม ใส่ไว้ตามกองขยะ กองปุ๋ยคอก หรือท่อนมะพร้าวที่มีหนอนด้วงแรดมะพร้าวอาศัยอยู่ เกลี่ยเชื้อให้กระจายทั่วกอง เพื่อให้เชื้อมีโอกาสสัมผัสกับตัวหนอนให้มากที่สุด รดน้ำให้ความชื้น หาวัสดุ เช่น ใบมะพร้าวคลุมกองไว้ เพื่อรักษาความชื้นและป้องกันแสงแดด เชื้อจะทำลายด้วงแรดมะพร้าวทุกระยะการเจริญเติบโต
5. การใช้สารเคมี
5.1 ต้นมะพร้าวอายุ 3 - 5 ปี ซึ่งยังไม่สูงมากนัก ใช้ลูกเหม็นใส่บริเวณคอมะพร้าวที่โคนทางใบรอบๆ ยอดอ่อน ทางละ 2 ลูก ต้นละ 6 - 8 ลูก กลิ่นของลูกเหม็นจะไล่ไม่ให้ด้วงแรดมะพร้าวบินเข้าไปทำลายคอมะพร้าว
5.2 ใช้สารฆ่าแมลง
-ไดอะซินอน 60% EC หรือ คาร์โบซัลแฟน 20% EC 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
-อิมิดาโคลพริด หรือ ไทอะมีทอกแซม อัตรา 4-5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
ราดบริเวณคอมะพร้าวตั้งแต่โคนยอดอ่อนลงมาให้เปียก โดยใช้ปริมาณ 1- 1.5 ลิตรต่อต้น ทุก 15 - 20 วัน ควรใช้ 1 - 2 ครั้ง ในช่วงระบาด
👨‍🏫แมลงดำหนามมะพร้าวนั่น ตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะซ่อนอยู่กับยอดอ่อนที่เริ่มคลี่ หนอนวัย 1 จะแทะผิวใบด้านในที่ยังพับติดกัน เมื่อใบคลีออกทำให้ใบอ่อนมีรอยไหม้ ตัวเต็มวัยจะกัดทำลายและวางไข่ที่ใบอ่อน ทำให้ปลายใบอ่อนม้วนเป็นที่อาศัยของหนอนอยู่ภายใน ทางศูนย์ได้ให้คำแนะนำโดยการตัดยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่ทิ้งแล้วเผาทำลาย เพื่อตัดวงจรชีวิตของแมลงดำหนามมะพร้าว
🌲🌲หากใช้สารเคมีควรใช้ cartap hydrochloride 4% GR อัตรา 30 กรัมต่อต้น ใส่เป็นถุงสีชาติดไว้ที่ยอดอ่อน สำหรับต้นที่สูง 1 เมตรขึ้นไปเพื่อป้องกันการทำลายแมลงดำหนามมะพร้าวได้นาน 1 เดือน ส่วนต้นที่สูง 12 เมตรขึ้นไปได้แนะนำ สารอิมาเม็กตินเบนโซเอต อัตรา 50 มิลลิลิตรต่อต้น โดยการเจาะมะพร้าวสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร จำนวน 2 รู อยู่ด้านตรงข้ามกัน ลึก 10 เซนติเมตร ใส่สารรูละ 25 มิลลิลิตร แล้วใช้ดินน้ำมันอุดรูทันที วิธีนี้จะป้องกันกำจัดแมลงดำหนามมะพร้าวได้ไม่น้อยกว่า 2 เดือน (วิธีการนี้สามารถป้องกันกำจัดได้ทั้งด้วงแรดมะพร้าว ด้วงงวงมะพร้าว แมลงดำหนามมะพร้าว และหนอนหัวดำมะพร้าว)

ขอขอบคุณ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี













วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ศทอ.สฎ.ร่วมจัดทำแปลงทดสอบการใช้เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีควบคุมโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน

 วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 นายจิรายุทธ จิตราภิรมย์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฎิบัติการ และนายปัญจ์ชิเน เชื้่อชาญพล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร นางสาวกิตติญา นาสนิท นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอบ้านนาเดิม ร่วมจัดทำแปลงทดสอบการใช้เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีควบคุมโรครากเน่า-โคนเน่าในทุเรียน ณ ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี








⭐⭐วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 นายสุทธิศักดิ์ ทองโอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฎิบัติการ นายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร และเจ้าหน้าที่ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอกาญจนดิษฐ์ลงพื้นที่ติดตามการระบาดศัตรูมะพร้าวซึ่งเป็นแปลงของนายสมาน โดยเจริญ มีพื้นที่ปลูกจำนวน 7 ไร่ จากการลงสำรวจพบการเข้าทำลายของด้วงแรด หนอนหัวดำมะพร้าว นอกจากนี้ยังทางศูนย์ฯยังสนับสนุน แตนเบียนบราคอน 5,000 ตัว ณ ตำบลท่าทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
👨‍🏫ลักษณะอาการเข้าทำลายของด้วงแรด
ตัวเต็มวัย บินขึ้นไปกัดเจาะบริเวณโคนทางใบหรือยอดอ่อนของปาล์ม รวมทั้งเจาะทำลายยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่ ทำให้ใบที่เกิดใหม่ไม่สมบูรณ์ มีรอยขาดแหว่งเป็นริ้ว ๆ คล้ายรูปสามเหลี่ยม ถ้ารุนแรงจะทำให้ต้นตายได้
👩‍🏫คำแนะนำในการป้องกันกำจัดด้วงแรด มีดังนี้
การป้องกันกำจัด
1. การควบคุมโดยวิธีเขตกรรม คือการกำจัดแหล่งขยายพันธุ์ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด
โดยยึดหลักปฏิบัติดังนี้
1.1 เผาหรือฝังซากลำต้นหรือตอของมะพร้าว
1.2 เกลี่ยกองซากพืช กองมูลสัตว์ให้กระจายออกโดยมีความสูงไม่เกิน 15 ซม.
1.3 ถ้ามีความจำเป็นต้องกองมูลสัตว์นานเกินกว่า 2-3 เดือน ควรหมั่นพลิกกลับกอง หรือนำใส่ในถุงปุ๋ยผูกปากให้แน่นและนำไปเรียงซ้อนกันไว้
2. การควบคุมโดยวิธีกล หมั่นทำความสะอาดบริเวณคอมะพร้าวหรือปาล์ม ตามโคนทางใบ หากพบรอยแผล เป็นรูใช้เหล็กแหลมแทงหาด้วงแรดเพื่อกำจัดเสีย
3. การควบคุมโดยใช้สารฟีโรโมน ล่อจับตัวเต็มวัย และนำมาทำลาย ฟีโรโมน
เป็นฮอร์โมนเพศจะส่งกลิ่นเฉพาะออกมาดึงดูดด้วงแรดที่เป็นตัวเต็มวัยทั้งเพศผู้และเพศเมียเพื่อมาผสมพันธุ์กัน ( 1 กับดัก/ พื้นที่ 1 ไร่)
4. การใช้ชีววิธี ใช้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม ใส่ไว้ตามกองขยะ กองปุ๋ยคอก หรือท่อนมะพร้าวที่มีหนอนด้วงแรดมะพร้าวอาศัยอยู่ เกลี่ยเชื้อให้กระจายทั่วกอง เพื่อให้เชื้อมีโอกาสสัมผัสกับตัวหนอนให้มากที่สุด รดน้ำให้ความชื้น หาวัสดุ เช่น ใบมะพร้าวคลุมกองไว้ เพื่อรักษาความชื้นและป้องกันแสงแดด เชื้อจะทำลายด้วงแรดมะพร้าวทุกระยะการเจริญเติบโต
5. การใช้สารเคมี
5.1 ต้นมะพร้าวอายุ 3 - 5 ปี ซึ่งยังไม่สูงมากนัก ใช้ลูกเหม็นใส่บริเวณคอมะพร้าวที่โคนทางใบรอบๆ ยอดอ่อน ทางละ 2 ลูก ต้นละ 6 - 8 ลูก กลิ่นของลูกเหม็นจะไล่ไม่ให้ด้วงแรดมะพร้าวบินเข้าไปทำลายคอมะพร้าว
5.2 ใช้สารฆ่าแมลง
-ไดอะซินอน 60% EC หรือ คาร์โบซัลแฟน 20% EC 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
-อิมิดาโคลพริด หรือ ไทอะมีทอกแซม อัตรา 4-5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
ราดบริเวณคอมะพร้าวตั้งแต่โคนยอดอ่อนลงมาให้เปียก โดยใช้ปริมาณ 1- 1.5 ลิตรต่อต้น ทุก 15 - 20 วัน ควรใช้ 1 - 2 ครั้ง ในช่วงระบาด
👨‍🏫ลักษณะอาการเข้าทำลายของหนอนหัวดำ
ตัวหนอนเข้าทำลายใบมะพร้าวโดยแทะกินผิวใบบริเวณใต้ทางใบ จากนั้นจะถักใยนำมูลที่ถ่ายออกมาผสมกับเส้นใยที่สร้างขึ้นสร้างเป็นอุโมงค์คลุมลำตัวยาวตามทางใบบริเวณใต้ผิวใบ และแทะกินผิวใบ หากการทำลายรุนแรงจะพบว่าหนอนหัวดำมะพร้าวทำลายก้านทางใบ จั่นและผลมะพร้าว ต้นมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำมะพร้าวอาจทำให้ต้นมะพร้าวตายได้
👩‍🏫คำแนะนำในการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำ มีดังนี้
1. วิธีเขตกรรมและวิธีกล ตัดใบที่มีหนอนหัวดำมะพร้าวนำไปเผาทำลายทันที ไม่ควรเคลื่อนย้าย
ต้นพันธุ์มะพร้าวหรือพืชตระกูลปาล์มมาจากแหล่งที่มีการระบาด
2. พ่นด้วยเชื้อบีที (Bacillus thuringiensis) พ่นหนอนที่ฟักออกมาจากไข่ใหม่ จำนวน 3 ครั้ง
แต่ละครั้งห่างกัน 7 - 10 วัน อัตรา 80 - 100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมด้วยสารจับใบ อัตราตามคำแนะนำในฉลาก
ไม่ควรพ่นในขณะที่มีแสงแดดจัดเพราะจะทำให้เชื้อบีทีอ่อนแอ ควรพ่นช่วงเช้าก่อนเวลา 10.00 น. หรือช่วงเย็นหลังเวลา
16.00 น. และต้องใช้เชื้อบีทีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้วเท่านั้น
3. ปล่อยแตนเบียนไข่ทริโครแกรมมา (Trichogrammasp.) เพื่อควบคุมระยะไข่ อัตราไร่ละ 10 แผ่น
แผ่นละ 2,000 ตัว โดยปล่อย 12 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 15 วัน
4. ปล่อยแตนเบียนบราคอน (Bracon hebetor) เพื่อควบคุมระยะหนอน อัตราไร่ละ 200 ตัว
กระจายทั่วทั้งแปลง โดยปล่อย 16 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 15 วัน
5. ปล่อยแตนเบียนโกนีโอซัสนีแฟนติดิส (Goniozusnephantidis) เพื่อควบคุมระยะหนอน
โดยปล่อยช่วงเวลาเย็น พลบค่ำ อัตราไร่ละ 200 ตัว ต่อครั้ง กระจายทั่วทั้งแปลง โดยปล่อยเดือนละครั้ง
6. การใช้สารเคมี
-ใช้สารอีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% EC เข้มข้นโดยไม่ต้องผสมน้ำฉีดเข้าที่ลำต้นมะพร้าว
อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อต้น โดยใช้สว่านเจาะรูให้เอียงลงประมาณ 45 องศา จำนวน 2 รูให้ตรงข้ามกัน เจาะรูให้ลึก
10 - 15 เซนติเมตร ตำแหน่งของรูอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร แล้วฉีดสารเคมีรูละ15 มิลลิลิตร ปิดรูด้วย
ดินน้ำมัน วิธีนี้จะป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าวได้นานมากกว่า 3 เดือน
(วิธีการนี้สามารถป้องกันกำจัดศัตรูชนิดอื่นได้ด้วย เช่น ด้วงแรดมะพร้าว ด้วงงวงมะพร้าว แมลงดำหนามมะพร้าว) ** แนะนำเฉพาะมะพร้าวที่มีความสูงมากกว่า 12 เมตร ขึ้นไป
- กรณีมะพร้าวต้นเล็กที่มีความสูงน้อยกว่า 12 เมตร รวมทั้งมะพร้าวกะทิมะพร้าวน้ำหอมและ
มะพร้าวที่ใช้ทาน้ำตาล ในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง และไม่มีการปล่อยแตนเบียน ให้พ่นทรงพุ่มด้วยสาร
ฟลูเบนไดอะไมด์ 20% WG อัตรา 5 กรัม หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SC อัตรา 20 มิลลิลิตร หรือ ลูเฟนนูรอน
5% EC อัตรา 20 มิลลิลิตร (สารนี้มีพิษสูงต่อกุ้ง ไม่ควรใช้บริเวณที่มีการเลี้ยงกุ้ง) โดยเลือกสารชนิดใดชนิดหนึ่งตามอัตรา
ที่กำหนดผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วทรงพุ่มบริเวณใต้ใบ 1 - 2 ครั้ง ควรใช้เครื่องยนต์พ่นสารที่สามารถควบคุมแรงดันได้

และมีแรงดันไม่น้อยกว่า 30 บาร์ กรณีที่มีการปล่อยแตนเบียน ให้พ่นสารเคมีก่อน ประมาณ 2 สัปดาห์ ค่อยทำการปล่อยแตนเบียน