วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2566

ศทอ.สฎ ให้การต้อบรับเจ้าหน้าผู้รับผิดชอบงานด้านอารักขาพืชเพื่อศึกษาดูงานด้านอารักขาพืช

วันที่ 24 มีนาคม 2566 ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อบรับเจ้าหน้าผู้รับผิดชอบงานด้านอารักขาพืช ระดับอำเภอ/จังหวัดในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในการศึกษาดูงาน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านอารักขาพืช ติดตามการทำงานของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และพัฒนาให้เกิดศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนเครือข่ายต่อไป ณ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี








วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2566

ศทอ.สฎ.ให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์​สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช​ สยามมกุฏราชกุมาร

วันที่ 23 มีนาคม 2566 นายจิรยุทธ​ จิตราภิรมย์​ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ นายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพล นักวิชาส่งเสริมการเกษตร นางเรวดี แสงอรุณ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีและนางจีรวรรณ  ศาสนัส เจ้าพนักงานธุรการ ร่วมออกหน่วยให้บริการเกษตรกรด้านปัญหาศัตรูพืชและสนับสนุนชีวภัณฑ์ และศัตรูธรรมชาติให้เกษตรกร​โดยมีนายดนัย  สุนันทารอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานพิธีเปิดในงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์​สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช​ สยามมกุฏราชกุมาร​ ไตรมาส 2/2566 ซึ่งมีเกษตรกรเข้ารับบริการจำนวน​ 69  ​ราย ณ​ โรงเรียนเทศบาลเมืองป่าตอง (บ้านไสน้ํา เย็น) ตำบลป่าตอง  อำเภอกระทู้   จังหวัดภูเก็ต














วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2566

ศทอ.สฎ.เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ เรื่องการจัดการศัตรูพิชในพืชสมุนไพร

วันที่ 22 มีนาคม 2566 นายสุทธิศักดิ์ ทองโอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฎิบัติการ   และนางสาวเฑียรมณี พรัมรัตนพงศ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ เรื่องการจัดการศัตรูพืชในพืชสมุนไพร เพื่อส่งเสริมความรู้ในแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสมุนไพร ให้มีการผลิตมีคุณภาพลดต้นทุนการผลิตและสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ณ ที่ว่าการหมู่บ้าน หมู่ที่ 13 ตำบลครองชะอุ่น อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี





วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2566

ศทอ.สฎ.ลงพื้นที่ติดตามการระบาดของด้วงหมัดผัก

วันที่ 21 มีนาคม 2566 นางชนิดา ตะเภาน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ   นายจิรยุทธ จิตราภิรมย์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ นายสุทธิศักดิ์ ทองโอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และ นายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่ามีการเข้าทำลายของด้วงหมัดผักซึ่งด้วงหมัดผักเข้าทำลายทุกระยะ ตัวอ่อนด้วงหมัดผักเข้าไปกินบริเวณรากหรือโคนต้นโคน ทำให้พืชผักเหี่ยวเฉาและไม่เจริญเติบโต ถ้ารากถูกทำลายทำให้พืชตายได้  ตัวเต็มวัยชอบกัดผิวด้านล่างของใบทำให้ใบเป็นรูพรุน และอาจกัดกินผิวลำต้น และกลีบดอกด้วย ด้วงหมัดผักชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ ตัวเต็มวัยเมื่อถูกกระทบกระเทือนจะกระโดด และสามารถบินได้ไกล นอกจากนี้ทางศูนย์ฯยังได้สนับสนุนสารชีวภัณฑ์ สารสกัดสะเดา และกากเมล็ดสะเดาบดสำเร็จรูป  ณ แปลงผักบางท่าข้าม ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 
ด้วงหมัดผักแถบเหลือง หรือด้วงหมัดผักแถบลาย (Striped Flea Beetle) 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phyllotreta sinuata 
วงศ์ : Chrysomelidae 
อันดับ : Coleoptera
รูปร่างลักษณะ และวงจรชีวิต 
    ด้วงหมัดผักแถบลายวางไข่เป็นฟองเดี่ยว ๆ หรือกลุ่มบริเวณโคนต้นพืช เส้นกลางใบพืช และตามพื้นดิน ไข่รูปร่างคล้ายไข่ไก่ ขนาด 3 x 0.27 มม. สีขาวอมเขียว ผิวเรียบเป็นมัน และจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนก่อนฟักเป็นตัว ระยะไข่ 3 – 4 วัน ตัวหนอนมีสีขาว ส่วนหัวและส่วนท้องปล้องแรกมีสีน้ำตาล มีจุดสีน้ำตาลตามลำตัวและแผ่นหลังสีน้ำตาลอยู่ทางด้านบนของปล้องสุดท้ายของลำตัว หนอนอาศัยอยู่ในดิน ระยะหนอน 10 – 14 วัน และเข้าดักแด้ในดิน ส่วนปีกและขาของดักแด้แยกจากลำตัวเป็นอิสระเคลื่อนไหวได้ ระยะดักแด้ 4 – 5 วัน ตัวเต็มวัยเป็นด้วงขนาดเล็ก ยาวประมาณ 2 – 2.5 มม. ปีกคู่หน้าสีดำมีแถบเหลืองสองแถบพาดตามความยาวด้านล่างลำตัวสีดำ ขาคู่หลังขยายใหญ่และโตกว่าขาคู่อื่นๆ หนวดเป็นแบบเส้นด้าย อายุตัวเต็มวัย 30 – 60 วัน ผสมพันธุ์ได้หลายครั้ง เพศเมียแต่ละตัววางไข่ได้ 80 – 200 ฟอง 
ลักษณะการทำลาย 
    ด้วงหมัดผักเป็นแมลงปีกแข็งชนิดเดียวที่เป็นศัตรูสำคัญของผักตระกูลกะหล่ำ เช่น คะน้ากวางตุ้ง กะหล่ำดอก ผักกาดหัว ตัวอ่อนของด้วงหมัดผักชอบกัดกินหรือชอนไชเข้าไปกินอยู่บริเวณโคนต้นหรือรากของผักทำให้ผักเหี่ยวเฉา และไม่เจริญเติบโตถ้ารากถูกทำลายมากๆ ก็อาจทำให้ผักตายได้ ตัวเต็มวัยชอบกัดกินด้านล่างของผิวใบทำให้ใบมีรูพรุน และอาจกัดกินลำต้น และกลีบดอกด้วย 
การป้องกันกำจัด 
    1.การไถตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7 – 15 วัน เพื่อทำลายตัวอ่อนและดักแด้ที่อยู่ใต้ดิน 
    2.ไส้เดือนฝอยสไตเนอร์นีมา คาร์โปแคปซี อัตรา 50 ล้านตัว/น้ำ 20 ลิตร พ่นหรือราดลงดินก่อนปลูกหลังการให้น้ำ และพ่นทุก 7 วันหลังปลูก 
    3.ใช้เชื้อแบคทีเรีย (บีที) บาซิลลัส ทูริงเยนซิส เช่น โนโวดอร์เอฟซี โดยพ่นหรือราดทุก 7 วัน 
    4. ใช้สะเดาบดโรยรอบโคนต้น 20 กก.ต่อไร่  ทุก 7 วัน 
    5. สารเคมีที่แนะนำให้ใช้ ดังนี้ 
โทลเฟนไพแรด 16% EC 30 มล.ต่อน้ำ 20 ลิตร , ไดโนทีฟูแรน 10% WP 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร, อะซีทามิพริด 20% SP 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร , ฟิโพรนิล 50 มล.ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นเมื่อพบการระบาด และควรพ่นสารสลับกลุ่มกลไกการฤทธิ์เพื่อชะลอการสร้างความต้านทานต่อสารฆ่าแมลง
https://drive.google.com/.../1pLamxwr3kF8gAnOZFXB.../view...
ที่มา :
สุภราดา และคณะ 2563. คำแนะนำการป้องกันกำจัดแมลง-สัตว์ศัตรูพืช อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยจากงานวิจัย.กรมวิชาการเกษตร. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.หน้า 121.
กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย