วันที่ 23 กันยายน 2565 นางชนิดา ตะเภาน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมคณะทำงานความร่วมมือระหว่างกรมวิชาการเกษตรกับกรมส่งเสริมการเกษตรระดับเขตที่ 7 ครั้ง 2/2565 เพื่อให้การบริหารจัดการดำเนินโครงการรับรองแหล่งผลิตพืชในพื้นที่และจัดทำแผนงานให้สอดคล้องตามนโยบายเป็นแนวทางเดียวกัน ณ ห้องประชุมสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 7 อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565
วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565
ให้บริการเกษตรกร พร้อมสนับสนุนแมลง ศัตรูธรรมชาติ
วันที่ 20 กันยายน 2565 นายจิรยุทธ จิตราภิรมย์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ให้บริการเกษตรกร พร้อมสนับสนุนแมลง ศัตรูธรรมชาติ ได้แก่ พ่อแม่พันธุ์มวณเพชฌฆาต และแมลงหางหนีบเพื่อให้เกษตรกรนำไปเพาะเลี้ยงใช้ในการควบคุมศัตรูพืช เช่นหนอน และเพลี้ยต่างๆ ณ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุราษฎร์ธานี
วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2565
ติดตามการระบาดของหนอนกระทู้ผักและโรคลำต้นเน่าในถั่วหรั่ง
วันที่ 16 กันยายน 2565 นายณัทธร รักษ์สังข์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายจิรายุทธ จิตราภิรมย์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฎิบัติการ ติดตามการระบาดของหนอนกระทู้ผักและโรคลำต้นเน่าในถั่วหรั่ง ของนายสมชาย สุขใส หมู่10 ตำบลเขาขาว อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมกับสนับสนุนเขื้อราไตรโครเดอร์มาเพื่อใช้ป้องกำจัดโรค จากการสำรวจติดตามในครั้งนี้ พบหนอนกระทู้ผักเป็นจำนวนมาก โดยหนอนจะแทะกินผิวใบถั่วจนเหลือแต่เยื่อผิวใบขาวๆ หนอนที่โตเต็มวัยกัดกินทั้งใบ ดอก ยอดและฝักอ่อน วงจรชีวิตของหนอนกระทู้ผัก ระยะไข่ 3-4 วัน หนอน 10-14 วัน ดักแด้ 7-10 วัน และโตเต็มวัย 7-10 วัน นอกจากนี้ยังพบเชื้อราสเคลอโรเทียมมีผลทำให้เกิดยอดเน่าด้วย
การป้องกันกำจัดหนอนกระทูผัก
1. พ่นด้วยเชื้อราบิวเวอร์เรีย 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 40 ลิตร ผสมสารจับใบฉีดพ่นช่วงตอนย็น
2.ฉีดพ่นสารสกัดสะเดาอัตรา 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับฉีดพ่นช่วงตอนเย็น
3.ฉีดพ่นเชื้อไวรัสNPVหนอนกระทู้ผัก อัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นช่วงตอนเย็น
4.สารเคมี สปิโนแซด หรือฮีมาเม็กติน เบนโซเอต อัตราตามคำแนะนำบนฉลาก
ในส่วนของโรคถั่วหรั่ง พบ โรคโรคลำต้นเน่า มีสาเหตุมาจาก (เชื้อรา Sclerotium rolfsii) ที่สามารถพบได้ในระยะการออกดอกจนถึงระยะติดฝัก เริ่มแรกจะพบ ยอด กิ่ง และลำต้นและยุบเป็นหย่อมๆ ส่วนบริเวณโคนต้นเหนือดินจะพบแผลสีน้ำตาลและเส้นใยสีขาวหยาบของเชื้อราสาเหตุโรค จากนั้นเส้นใยของเชื้อจะรวมตัวเป็นเม็ดเล็กสีขาว และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำคล้ายเมล็ดผักกาด ต่อมาต้นจะแห้งและตายในที่สุด
วิธีการป้องกันและกำจัด
1.ไถตากดิน
2.คัดเลือกเมล็ดพันธ์ุที่สะอาด ไม่เก็บจากต้นที่เป็นโรค
3. ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในการควบคุม โดยวิธีดังนี้
-หว่านลงดิน/รองก้นหลุมก่อนปลูก โดยการผสมเชื้อไตรโคเดอร์มา 1กก./รำละเอียด4กก./ปุ๋ยอินทรีย์100กก.
-ฉีดพ่น หลังปลูกไปแล้ว โดยใช้ไตรโคเดอร์มา 1กก./น้ำ100ลิตร
ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงปลูก
4.หากพบต้นที่แสดงอาการโรค ให้ถอดทำลายโดยเก็บใส่ภาชนะที่มิดชิด เนื่องจากโรคดังกล่าวจากมีส่วนขยายพันธุ์ของโรคท(ลักษณะคล้ายเมล็ดผักกาด) ที่มีความทนทานและแพร่กระจายได้ง่าย ก่อนนำออกไปทำลายนอกแปลงเพื่อป้องกันการกระจายตัวของเชื้อในแปลง
ศทอ.สฎ.สนับสนุนสารชีวภัณฑ์ ในโครงการทหารพันธุ์ดี
วันที่ 16 กันยายน 2565 นายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรจากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งสง สนับสนุนสารชีวภัณฑ์ แหนแดงและกากเมล็ดสะเดาบดพร้อมทั้งให้คำแนะนำและวิธีการใช้สารชีวภัณฑ์ สำหรับโครงการทหารพันธุ์ดี เตรียมความพร้อมและร่วมบูรณาการดำเนินงาน เพื่อรองรับการรับเสร็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรและติดตามการดำเนิน โครงการทหารพันธุ์ดี สำหรับกากเมล็ดสะเดาบดนั่นสามารถนำไปเป็นปุ๋ยสำหรับใส่ต้นพืชผักได้ และมีคุณสมบัติในการป้องกันแมลงตัวอ่อนที่อยู่ในดินโดยก่อนใช้ให้พึ่งลมในอาคารที่มีหลังคาเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อที่ให้แอลกอฮอล์ที่สกัดนั่นระเหยไปเสียก่อนแล้วจึงจะใช้ได้ โดยอัตราการใช้จะอยู่ที่ 2.5 กรัมต่อ 1 หลุม ณ ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ตำบลกะปาง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช



















