วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ศทอ.สฎ.ติดตามการระบาดศัตรูมะพร้าว

วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 นายสุทธิศักดิ์ ทองโอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ นายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพล และนางสาวเฑียรมณี พรัมรัตนพงศ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรจากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามการระบาดศัตรูมะพร้าว ณ แปลงของนางนาตยา สมัคร เกษตรกรในพื่นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลสิชล อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช พบการระบาดของหนอนหัวดำแมลงพร้าว ตัวหนอนเข้าทำลายใบมะพร้าวโดยแทะกินผิวใบบริเวณใต้ทางใบ จากนั้นจะถักใยนำมูลที่ถ่ายออกมาผสมกับเส้นใยที่สร้างขึ้นสร้างเป็นอุโมงค์คลุมลำตัวยาวตามทางใบบริเวณใต้ผิวใบ และแทะกินผิวใบ หากการทำลายรุนแรงจะพบว่าหนอนหัวดำมะพร้าวทำลายก้านทางใบ จั่นและผลมะพร้าว ต้นมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำมะพร้าวอาจทำให้ต้นมะพร้าวตายได้ 

แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

1. วิธีเขตกรรมและวิธีกล ตัดใบที่มีหนอนหัวดำมะพร้าวนำไปเผาทำลายทันที ไม่ควรเคลื่อนย้าย

ต้นพันธุ์มะพร้าวหรือพืชตระกูลปาล์มมาจากแหล่งที่มีการระบาด

2. พ่นด้วยเชื้อบีที (Bacillus thuringiensis) พ่นหนอนที่ฟักออกมาจากไข่ใหม่ จำนวน 3 ครั้ง

แต่ละครั้งห่างกัน 7 - 10 วัน อัตรา 80 - 100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมด้วยสารจับใบ อัตราตามคำแนะนำในฉลาก

ไม่ควรพ่นในขณะที่มีแสงแดดจัดเพราะจะทำให้เชื้อบีทีอ่อนแอ ควรพ่นช่วงเช้าก่อนเวลา 10.00 น. หรือช่วงเย็นหลังเวลา

16.00 น. และต้องใช้เชื้อบีทีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้วเท่านั้น

3. ปล่อยแตนเบียนไข่ทริโครแกรมมา (Trichogrammasp.) เพื่อควบคุมระยะไข่ อัตราไร่ละ 10 แผ่น

แผ่นละ 2,000 ตัว โดยปล่อย 12 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 15 วัน

4. ปล่อยแตนเบียนบราคอน (Bracon hebetor) เพื่อควบคุมระยะหนอน อัตราไร่ละ 200 ตัว

กระจายทั่วทั้งแปลง โดยปล่อย 12 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 15 วัน

5. ปล่อยแตนเบียนโกนีโอซัสนีแฟนติดิส (Goniozusnephantidis) เพื่อควบคุมระยะหนอน

โดยปล่อยช่วงเวลาเย็น พลบค่ำ อัตราไร่ละ 200 ตัว ต่อครั้ง กระจายทั่วทั้งแปลง โดยปล่อยเดือนละครั้ง

6. การใช้สารเคมี

 -ใช้สารอีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% EC เข้มข้นโดยไม่ต้องผสมน้ำฉีดเข้าที่ลำต้นมะพร้าว

อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อต้น โดยใช้สว่านเจาะรูให้เอียงลงประมาณ 45 องศา จำนวน 2 รูให้ตรงข้ามกัน เจาะรูให้ลึก

10 - 15 เซนติเมตร ตำแหน่งของรูอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร แล้วฉีดสารเคมีรูละ15 มิลลิลิตร ปิดรูด้วย

ดินน้ำมัน วิธีนี้จะป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าวได้นานมากกว่า 3 เดือน

(วิธีการนี้สามารถป้องกันกำจัดศัตรูชนิดอื่นได้ด้วย เช่น ด้วงแรดมะพร้าว ด้วงงวงมะพร้าว แมลงดำหนามมะพร้าว) ** แนะนำเฉพาะมะพร้าวที่มีความสูงมากกว่า 12 เมตร ขึ้นไป 

 - กรณีมะพร้าวต้นเล็กที่มีความสูงน้อยกว่า 12 เมตร รวมทั้งมะพร้าวกะทิมะพร้าวน้ำหอมและ

มะพร้าวที่ใช้ทาน้ำตาล ในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง และไม่มีการปล่อยแตนเบียน ให้พ่นทรงพุ่มด้วยสาร

ฟลูเบนไดอะไมด์ 20% WG อัตรา 5 กรัม หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SC อัตรา 20 มิลลิลิตร หรือ ลูเฟนนูรอน

5% EC อัตรา 20 มิลลิลิตร (สารนี้มีพิษสูงต่อกุ้ง ไม่ควรใช้บริเวณที่มีการเลี้ยงกุ้ง) โดยเลือกสารชนิดใดชนิดหนึ่งตามอัตรา

ที่กำหนดผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วทรงพุ่มบริเวณใต้ใบ 1 - 2 ครั้ง ควรใช้เครื่องยนต์พ่นสารที่สามารถควบคุมแรงดันได้

และมีแรงดันไม่น้อยกว่า 30 บาร์ กรณีที่มีการปล่อยแตนเบียน ให้พ่นสารเคมีก่อน ประมาณ 2 สัปดาห์ ค่อยทำการปล่อยแตนเบียน 









ติดตามการใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดโรคพืชในแปลงพริก และติดตามการระบาดของแมลงดำหนามมะพร้าว ณ อำเภอหัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 นายสุทธิศักดิ์ ทองโอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ นายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพล และนางสาวเฑียรมณี พรัมรัตนพงศ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหัวไทร  ลงพื้นที่ติดตามการใช้สารชีวภัณฑ์ในแปลงพริกของนายวารินทร์ เจริญสุข และนางอมรรัตน์ สงโสม ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องใบด่างพริก ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส สาเหตุติดจากเมล็ดพันธุ์ และมีแมลงเป็นพาหะ ได้แก่ แมลงหวี่ขาว เพลี้ยอ่อน เนื่องจากพืชเริ่มแสดงอาการในช่วงใกล้เก็บเกี่ยว แนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแมลง ใช้สารสกัดสะเดา ในการฉีดพ่น และหมั่นกำจัดวัชพืชในแปลง 

นอกจากนี้ติดตามการระบาดแมลงดำหนามมะพร้าว ลักษณะการทำลายทั้งตัวหนอนและตัวเต็มวัยของแมลงดหนามมะพร้าว จะซ่อนตัวในใบอ่อนและกัดกินยอดอ่อนโดยเฉพาะยอดที่ยังไม่คลี่ วิธีการป้องกันกำจัด

2.1 วิธีกล ตัดยอดที่ถูกแมลงกัดกินไปทำลาย

2.2 ใช้สารเคมี cartap hydrochloride 4% GR อัตรา 30 กรัม/ต้น ห่อใส่ถุงผ้าเหน็บไว้ที่ยอดมะพร้าว จะมีประสิทธิภาพช่วยป้องกันกำจัดแมลงดำหนามได้นาน 1 เดือน

2.3 มะพร้าวต้นสูง ใช้สารเคมี emamectin benzoate 1.92% EC ฉีดเข้าลำต้น อัตรา 60 ซีซี/ต้น จะมีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดแมลงดำหนามได้นาน 3 เดือน 












ศทอ.สฎ.ลงพื้นที่สำรวจแปลงปาล์มน้ำมัน

วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 นางชนิดา ตะเภาน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับว่าที่ร.ต.พีรพงศ์ พิงคารักษ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืชจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอพุนพิน ลงพื้นที่สำรวจปาล์มน้ำมันแปลงนายสำเริง เกื้อด้วง หมู่ที่ 4 ตำบลบางมะเดื่อ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่ปลูก 40 ไร่ ปาล์มมีอายุ 3 ปี จากการสำรวจพบลักาณะใบปาล์มน้ำมันมีจุดสีส้มกระจายทั่วใบโดยพบในบริเวณทางใบล่าง ซึ่งเกิดจากการขาดธาตุโพแทสเซียม และจากการสังเกตุพื้นที่ปลูกเป็นดินทรายซึ่งจะพบอาการขาดธาตุโพแทสเซียมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทางศทอ.สฎได้แนะนำให้เกษตรกรนำดินเพื่อส่งตรวจเพื่อวัดค่าต่างๆในดิน และแนะนำใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ สูตร 0-0-60  อัตร่า 1.50‐2.50 กิโลกรัม/ต้น/ปี







วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ศทอ.สฎ.ร่วมลงพื้นที่ในการชี้แจงและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานศึกษาการขยายผลการควบคุมโรครากเน่าโคนเน่า

วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 นายจิรยุทธ จิตราภิรมย์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมลงพื้นที่ในการชี้แจงและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานศึกษาการขยายผลการควบคุมโรครากเน่าโคนเน่าในแปลงเกษตรกรจังหวัดชุมพรด้วยวิธีผสมผสานเพื่อลดการใช้สารเคมี โครงการส่งเสริมการใช้ชีวภัณฑ์และแมลงศัตรูธรรมชาติ ทดแทนการใช้สารเคมีทางการเกษตร ร่วมกับนางสาวจุฬาภรณ์ นกสกุล และนางสาวกนิษฐา วรรณชาติ จากกองอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย และนายประสงค์ บุญเจริญ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืชจังหวัดชุมพร ณ สำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร และลงพื้นที่แปลงเกษตรกร ณ หมู่17ตำบลรับร่อ  อ.ท่าแซะ  จ.ชุมพร