วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ศทอ.สฎ.ลงพื้นที่ติดตามศัตรูพืชและโรคในมะละกอ


วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 นายสุทธิ์ศักดิ์ ทองโอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฎิบัติการและ นายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร จากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ติดตามการระบาดของศัตรูพืชและโรคพืในมะละกอ  ของคุณสุพัตรา อนุรักษ์   ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช จากการลงสำรวจพบว่ามีการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง แมลงหวีขาวยาสูบ เพลี้ยหอย ในส่วนของโรคจะมีโรคไวรัสใบด่างเหลือง และ โรคแอนแทรคโนส ทางศูนย์ก็สนับสนุนเชื้อราบิวเวอเรียและให้คำแนะนำเบื้องต้น 
การจัดการเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย และแมลงหวี่ขาว 
1.กำจัดใบที่พบการระบาดไปทำลาย
2.ติดกับดักกาวเหนี่ยวสีเหลืองอย่างน้อย 80 กับดักต่อไร่
3.พ่นด้วยสารปิโตรเลียมออย หรือไวท์ออย
4.พ่นเชื้อราบิเวอร์เรีย สารสกัดสะเดา
5.สารเคมีที่แนะนำ
-กลุ่ม4 อิมิดาคลอพริด ไทอะมีทอกแซม ไดโนทีฟูแรน
-กลุ่ม9 ไพมีโทซีน
-กลุ่ม15 โนวาลูรอน ลูเฟนนูรอน
-กลุ่ม16 บูโพรเฟซีน
-กลุ่ม29 ฟลอนิคามิค
ควรใช้ไวทต์ออยผสมสารเคมีอื่นโดยแทนสารจับใบในอัตรา 200 ซีซีต่อน้ำ 200 ลิตร จะช่วยเสริมฤทธิ์กัน

เพลี้ยไฟ
1.ติดกับดักกาวเหนียวสีเหลือง 
2.ใช้เชื้อราบิเวอเรีย
3.ใช้สารเคมี
-กลุ่ม1 คาร์โบซัลแฟน เบนฟูราคาร์บ โพสไทโอฟอส 
-กลุ่ม2 ฟิโพรนิล
-กลุ่ม3 เดลทาเมทริน แลมป์ดาไซฮาโลทริน ไบเฟนทริน
-กลุ่ม 4 อิมิดาโคลพริด ไทอะมีทอกแซม
-กลุ่ม5 สไปนีโทแรม (ดีที่สุดต่อเพลี้ยไฟ)
-กลุ่ม6 อะบาเมกติน อีมาเมกติน
-กลุ่ม15 โนวาลูรอน ลูเฟนนูรอน
-กลุ่ม 23 สไปโรทีไซเฟน สไปโรเตตระแมต
กรณีพ่นสูตรอื่นไม่ใช้สูตร EC ควรบวกไวท์ออยหรือปิโตรเลียมออยเสริมประสิทธิภาพได้ มีสาร3-4 กลุ่มสลับหมุนเวียน

โรคแอนแทรคโนส
1.เก็บทำลายใบแห้งที่ร่วงหล่น โดยเผาทำลาย เพื่อตัดต้นตอของการระบาดของเชื้อโรค
2.มะละกอที่ปลูกเพื่อขายผลสุก ควรจะฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น carbendazim หรือ mancozeb ทุกระยะ 14-20 วัน ตั้งแต่ระยะแทงช่อดอก หรือเริ่มติดผล โดยเฉพาะถ้าอยู่ในช่วงอากาศอบอ้าวและความชื้น
3.ใช้เชื้อไตรโคเดอร์มาผสมกับปุ๋ยอินทรีย์แล้วหว่านลงดินเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้ง หรือ ใช้เชื้อไตรโคเดอร์มาผสมน้ำฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืช และฉีดพ่นลงดินรอบโคนต้น เพื่อกำจัดเชื้อราสาเหตุโรคพืชที่อยู่ในดิน
4.เกษตรกรควรล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทางการเกษตรต่างๆ ให้สะอาด และผึ่งแดดให้แห้งหลังการใช้งานทุกครั้งอยู่เสมอ

ศทอ.สฎ.สนับสนุนสารชีวภัณฑ์ กากเมล็ดสารสกัดสะเดา เเมลงศัตรูธรรมชาติ (หางหนีบและมวนพิฆาต) สำหรับโครงการทหารพันธุ์ดี


วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 นายสุทธิ์ศักดิ์ ทองโอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฎิบัติการและ นายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร จากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี สนับสนุนสารชีวภัณฑ์ เเมลงศัตรูธรรมชาติ (แมลงหางหนีบและมวนพิฆาต) สำหรับโครงการทหารพันธุ์ดี  พร้อมให้คำแนะนำสำหรับเริ่มต้นการปลูกฤดูกาลใหม่ โดยการสนับสนุนกากเมล็ดสะเดาบดสำเร็จรูปที่ใช้สำหรับสกัดสารสะเดาไปแล้วนั่น มีวิธีการใช้คือก่อนใช้ให้หากระสอบหรือผ้ามาวางไว้แล้วโรยกากเมล็ดสะเดาบดไป ให้โดนลมไปสัก 1-2ชั่วโมงเพื่อให้แอลกอฮอล์ที่สกัดไปนั้นระเหยไปก่อน จากนั้นนำไปหว่านลงแปลงปลูกซึ่งจะสามารถป้องกันตัวอ่อนด้วงหมัดผักได้อีกทั้งยังมีแร่ธาตุสารอาหาร อาทิเช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส เป็นต้น  ณ ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ตำบลกะปาง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ประชุมเจ้าหน้าที่ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ตามระบบส่งเสริมการเกษตร

  วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 นายณัทธร รักษ์สังข์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ร่วมประชุมประจำเดือนธันวาคม ครั้งที่ 4/2566 เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตามนโยบายสำคัญเพื่อสร้างการรับรู้การปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ทุกคน มีประเด็นหารือเรื่องการประชุมศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช ครั้งที่ 2/2566 รายงานผลประจำเดือน การเบิกจ่ายงบประมาณ ความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ เพื่อให้การปฎิบัติงานเป็นไปตามเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพตามระบบส่งเสริมการเกษตร ณ ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี





ศทอ.สฎ.ให้คำแนะนำ วินิจฉัยอาการผิดปกติของทุเรียน

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวนิสิตา เพชรา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ วินิจฉัยใบทุเรียนจากตัวอย่างที่เกษตรกรนำมา โดยลักษณะดังกล่าวเป็นอาการที่เกิดจากขาดธาตุแมกนีเซียม เริ่มแรกคือมีจุดเหลืองระหว่างเส้นใบ แล้วลามเป็นปื้นเหลืองหรือน้ำตาล ปกติจะเริ่มเหลืองตรงปลายใบและขอบใบ นำไปสู่อาการเนื้อเยื่อตายของขอบใบ เบื้องต้นแนะนำให้ใส่ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารรอง ตรวจค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน หากดินเป็นกรดจะมีผลต่อความเป็นประโยชน์ของแมกนีเซียม ดังนั้นต้องปรับค่า ph ดินให้เหมาะสมต่อการดูดซึมธาตุอาหาร ณ อาคารวิทยาศาสตร์ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี