วันที่ 8 กันยายน 2565 นายสุทธิศักดิ์ ทองโอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และนายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอพุนพิน ร่วมบรรยายในโครงการผลิตและบริโภคผักปลอดสารเคมีบ้านบางเดือน ประจำปี 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการรณรงค์ให้ประชาชนบ้านบางเดือนปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อบริโภคในครัวเรือน ลดการซื้อผักจากตลาดมาบริโภค ลดการใช้สารเคมีในการปลูกผัก เกิดความตระหนักถึงพิษภัยของการ ใช้สารเคมีในการปลูกพืชผักเพื่อ การบริโภคอัน จะนำมาสู่สุขภาพที่ดีของประชาชนบ้าน บางเดือนในระยะยาว โดยทางศูนย์ฯได้บรรยายเรื่องหลักการเบื้องต้นในการใช้สารสกัดสะเดาอย่างถูกต้องและถูกวิธี อีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุนการใช้สารเคมี เพื่อการมีสุขภาพที่ดีและยังลดรายจ่ายในครัวเรือนอีกด้วย ณ ศาลาเอนกประสงค์บ้านบางเดือน ตำบลบางเดือน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565
วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565
ลงพื้นที่ติดตามการระบาดแปลงผักไฮโดรโปนิกส์
วันที่ 7 กันยายน 2565 นายสุทธิ์ศักดิ์ ทองโอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และนายปัญจ์ชิเน เชื้อชาญพลลงพื้นที่ติดตามการระบาดแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ พงษ์ศักดิ์ นิลเอก โดยพบการระบาดของโรคใบจุดตากบและเพลี้ยไฟในระยะตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นในการใช้สารชีวภัณฑ์เชื้อราไตรโคเดอร์มาในการป้องกันโรคใบจุดตากบซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา และเชื้อราบิวเวอร์เรียเพื่อป้องกันการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ
ลงพื้นที่ติดตามการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชแปลงปาล์มน้ำมัน
วันที่ 7 กันยายน 2565 นางสาวนิสิตา เพชรา นักวิชาการส่งเสริมปฎิบัติการ นางสาวเฑียรมณี พรัมรัตนพงศ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับเกษตรอำเภอท่าฉางและเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืชจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ติดตามแปลงปาล์มน้ำมัน มีลักษณะอาการเน่า ผุพัง บริเวณโคนลำต้นขึ้นไป บริเวณที่แสดงอาการตรวจค่า PH ดิน พบว่าดินค่อนข้างเป็นกรด เบื้องต้นแนะนำให้ทำลายต้นปาล์มที่ล้มเพื่อป้องกันการเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคพืชและแมลงศัตรูพืช หมั่นสำรวจต้นปาล์มบริเวณใกล้เคียง และปรับสภาพดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ณ แปลงนายเดโช ร่าหมาน ตำบลท่าฉาง อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565
เตือนภัยการระบาด ด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นทุเรียน
ด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นทุเรียน
ลักษณะการทำลาย
ด้วงหนวดยาวตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่โดยฝังไว้ใต้เปลือกต้นทุเรียน
หนอนจะกัดกินชอนไชไปตามเปลือไม้ด้านใน ทำให้เกิดยางไหล
หนอนอาจควั่นเปลือกจนรอบลำต้น
ทำให้ท่อน้ำท่ออาหารถูกตัดทำลายเป็นเหตุให้ต้นทุเรียนทรุดโทรม ใบเหลืองร่วง
และตายได้
แหล่งปลูกทุเรียนทั่ประเทศไทยส่วนใหญ่พบว่าด้วงหนวดยาวทำลายทุเรียนพันธุ์หมอนทอง
การระบาดค่อยๆสะสมความรุนแรง เนื่องจากเป็นแมลงกลางคืน
พฤติกรรมต่างๆจึงมักเกิดในช่วงกลางคืน
เกษตรกรจึงไม่ทราบว่ามีการระบาดของด้วงหนวดยาว
การป้องกันกำจัด
1.การกำจัดด้วงหนวดยาวโดยวิธีเขตกรรม
ทำลายแหล่งขยายพันธุ์ โดยตัดกิ่งและต้นทุเรียนที่ถูกทำลายรุนแรงทิ้ง
2.การกำจัดด้วงหนวดยาวโดยวิธีกล
-การใช้ตาข่ายดักปลาตาถี่พันรอบโคนต้นเพื่อดักจับตัวเต็มวัย
-การใช้ไฟส่องจับตัวเต็มวัยในเวลากลางคืนช่วง
20:00 น.ถึงช่วงเช้ามืด
-หมั่นสำรวจรอบลำต้นต้นทุเรียน
สังเกตรอยแผลที่ด้วงวางไข่ ถ้าพบขุยและรอยทำลายให้ใช้มีดถาก ทำลายไข่ทิ้ง และจับตัวหนอนทำลาย
3.การใช้สารเคมี
-หากด้วงหนวดยาวเจาะเข้าลำต้นไปแล้ว
ให้ฉีดสารฆ่าแมลงที่มีคุณสมบัติเป็นไอระเหยสำหรับไปฆ่าหนอนและดักแด้ที่อยู่ในรูภายในต้น
สารเคมีที่มีคุณสมบัติเป็นไอระเหย ส่วนใหญ่จะเป็นสารกลุ่มที่ 1
กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต ได้แก่ ไดอะซินอน พิริมิฟอสเมทิล หรือไดคลอร์วอส
โดยใช้กระบอกฉีดยาดูดสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่งแบบเข้มข้น 1 - 2 ซีซีต่อรู
โดยไม่ต้องผสมน้ำเข้าไปในรูเจาะของด้วงแล้วใช้ดินน้ำมันหรืออุดด้วยดินเหนียว
-กรณีในแหล่งด้วงหนวดยาวระบาดรุนแรง
จำเป็นต้องพ่นสารเคมี ให้พ่นสารเคมีกำจัดแมลงสำหรับให้ทั่วบริเวณลำต้นและกิ่งขนาดใหญ่
พ่นติดต่อกัน 2 ครั้ง ห่างกัน 2 สัปดาห์
สารเคมีที่มีประสิทธิภาพใช้พ่นลำต้นป้องกันด้วงหนวดยาวได้แก่ อิมิดาโคพริด 10 % SL อัตรา 30 มิลลิลิตร หรือ อะซีทามิพริด 20% SP
อัตรา 30 มิลลิลิตร หรือ ไทอะมีทอกแซม 25% WG อัตรา
40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
ดาวโหลด(ที่นี่)
เอกสารอ้างอิง
สุเทพ สหายา. 2561. รู้ลึกเรื่อง
สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงและไรศัตรูพืช. หจก.เฟรม-อัพดีไซน์. กรุงเทพฯ. 108 หน้า
พิสุทธิ์ เอกอำนวย. 2564. ทุเรียน ราชาผลไม้. พิมพ์ครั้งที่1. สายธุรกิจโรงพิมพ์. หน้า 71
















